รุ่นน้ำหนักทั้งหมดของมวยสากลอาชีพในสหรัฐอเมริกา

Browse By

รุ่นน้ำหนักทั้งหมดของมวยสากลอาชีพในสหรัฐอเมริกา รุ่นน้ำหนักถือเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันมวยสากลอาชีพ เพราะเป็นระบบที่ช่วยให้การแข่งขันมีความยุติธรรม นักมวยที่มีรูปร่างและน้ำหนักใกล้เคียงกันจะได้พบกันบนสังเวียน ลดความได้เปรียบเสียเปรียบด้านพละกำลัง และทำให้การแข่งขันมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ในประเทศสหรัฐอเมริกา การแข่งขันมวยสากลอาชีพใช้มาตรฐานรุ่นน้ำหนักเดียวกับองค์กรแชมป์โลกอย่าง WBA, WBC, IBF และ WBO ซึ่งแบ่งออกเป็น 17 รุ่นน้ำหนักหลัก ตั้งแต่รุ่นเล็กที่สุดไปจนถึงรุ่นเฮฟวีเวต

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักรุ่นน้ำหนักทั้งหมด พร้อมอธิบายจุดเด่นของแต่ละรุ่น เพื่อให้ผู้ชมมือใหม่เข้าใจการแบ่งประเภทนักมวยได้อย่างง่ายดาย

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสาร โปรแกรมการแข่งขัน และสถิตินักชก สามารถอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งรวบรวมข่าวสารวงการกีฬาและมวยสากลไว้อย่างต่อเนื่อง

รุ่นน้ำหนักทั้งหมดของมวยสากลอาชีพในสหรัฐอเมริกา

รุ่นน้ำหนักคืออะไร

รุ่นน้ำหนัก (Weight Class) คือการแบ่งนักมวยออกเป็นกลุ่มตามน้ำหนักตัว เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีขนาดร่างกายใกล้เคียงกัน

ก่อนการแข่งขันทุกครั้ง นักมวยจะต้องผ่านการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ หากน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนด อาจถูกปรับเงิน ถูกยกเลิกสิทธิ์ชิงแชมป์ หรือในบางกรณีการแข่งขันอาจถูกยกเลิก


ทำไมต้องแบ่งรุ่นน้ำหนัก

การแบ่งรุ่นน้ำหนักมีประโยชน์หลายด้าน ได้แก่

  • ลดความได้เปรียบด้านขนาดร่างกาย
  • เพิ่มความปลอดภัยให้กับนักกีฬา
  • ทำให้การแข่งขันสูสีมากขึ้น
  • เปิดโอกาสให้นักมวยทุกขนาดสามารถแข่งขันได้
  • ช่วยให้มีการจัดอันดับแชมป์โลกอย่างเป็นระบบ

รุ่นน้ำหนักทั้งหมดของมวยสากลอาชีพ

1. Minimumweight (Mini Flyweight)

น้ำหนักไม่เกิน 105 ปอนด์ (47.63 กิโลกรัม)

เป็นรุ่นที่เล็กที่สุดของมวยสากลอาชีพ นักมวยในรุ่นนี้มีจุดเด่นด้านความเร็ว ความคล่องตัว และการออกหมัดที่ต่อเนื่อง แม้พลังหมัดอาจไม่หนักเท่ารุ่นใหญ่ แต่การแข่งขันมักเต็มไปด้วยจังหวะการแลกหมัดที่รวดเร็ว


2. Light Flyweight (Junior Flyweight)

ไม่เกิน 108 ปอนด์ (48.99 กิโลกรัม)

รุ่นนี้ยังคงเน้นความเร็วเป็นหลัก แต่เริ่มมีพลังหมัดเพิ่มขึ้น นักมวยต้องอาศัยการเคลื่อนที่และการทำคะแนนอย่างแม่นยำ


3. Flyweight

ไม่เกิน 112 ปอนด์ (50.80 กิโลกรัม)

เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ นักชกมีความสมดุลระหว่างความเร็ว ความอึด และพลังหมัด


4. Super Flyweight (Junior Bantamweight)

ไม่เกิน 115 ปอนด์ (52.16 กิโลกรัม)

การแข่งขันในรุ่นนี้มักรวดเร็วและมีการแลกหมัดตลอดทั้งไฟต์ นักมวยต้องมีทั้งความฟิตและเทคนิคที่ดี


5. Bantamweight

ไม่เกิน 118 ปอนด์ (53.52 กิโลกรัม)

รุ่นแบนตัมเวตเป็นหนึ่งในรุ่นที่มีการแข่งขันเข้มข้น นักมวยส่วนใหญ่มีความเร็วสูงและสามารถน็อกเอาต์คู่ต่อสู้ได้


6. Super Bantamweight (Junior Featherweight)

ไม่เกิน 122 ปอนด์ (55.34 กิโลกรัม)

เป็นรุ่นที่เริ่มเห็นพลังหมัดมากขึ้น ขณะเดียวกันยังคงรักษาความคล่องตัวของนักชกเอาไว้ได้


7. Featherweight

ไม่เกิน 126 ปอนด์ (57.15 กิโลกรัม)

นักมวยรุ่นนี้มีทั้งความเร็วและความแข็งแรง ทำให้หลายไฟต์ได้รับการยกย่องว่าเป็นการแข่งขันที่สนุกที่สุด


8. Super Featherweight (Junior Lightweight)

ไม่เกิน 130 ปอนด์ (58.97 กิโลกรัม)

รุ่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่นักมวยหลายคนมีพลังหมัดมากขึ้น พร้อมกับยังคงมีความเร็วในการเคลื่อนที่


9. Lightweight

ไม่เกิน 135 ปอนด์ (61.23 กิโลกรัม)

ไลต์เวตถือเป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมของวงการมวยโลก เพราะรวมนักมวยฝีมือดีจำนวนมากไว้ด้วยกัน การแข่งขันมักมีทั้งความเร็ว เทคนิค และการน็อกเอาต์ที่น่าตื่นเต้น


10. Super Lightweight (Junior Welterweight)

ไม่เกิน 140 ปอนด์ (63.50 กิโลกรัม)

นักชกในรุ่นนี้มีความสมดุลทั้งด้านความเร็ว ความแข็งแรง และความอึด จึงเป็นอีกรุ่นที่แฟนมวยให้ความสนใจ


11. Welterweight

ไม่เกิน 147 ปอนด์ (66.68 กิโลกรัม)

เวลเตอร์เวตเป็นรุ่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดรุ่นหนึ่ง เพราะเคยมีนักชกระดับตำนานหลายคนครองแชมป์ เช่น Sugar Ray Leonard และ Floyd Mayweather Jr.


12. Super Welterweight (Junior Middleweight)

ไม่เกิน 154 ปอนด์ (69.85 กิโลกรัม)

นักมวยในรุ่นนี้เริ่มมีพละกำลังมากขึ้น พร้อมทั้งยังคงรักษาความเร็วในการออกหมัดได้ดี


13. Middleweight

ไม่เกิน 160 ปอนด์ (72.57 กิโลกรัม)

มิดเดิลเวตเป็นรุ่นที่มีการแข่งขันดุเดือด นักมวยมีทั้งพลังหมัดและความแข็งแรง ทำให้ไฟต์ในรุ่นนี้มักจบลงด้วยการน็อกเอาต์


14. Super Middleweight

ไม่เกิน 168 ปอนด์ (76.20 กิโลกรัม)

นักชกมีรูปร่างใหญ่ขึ้น มีพลังหมัดหนัก และใช้กลยุทธ์การชกที่หลากหลาย


15. Light Heavyweight

ไม่เกิน 175 ปอนด์ (79.38 กิโลกรัม)

รุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องพลังหมัดที่รุนแรง นักมวยส่วนใหญ่มีรูปร่างแข็งแรงและสามารถจบการแข่งขันได้ทุกเมื่อ


16. Cruiserweight

ไม่เกิน 200 ปอนด์ (90.72 กิโลกรัม)

ครุยเซอร์เวตเป็นรุ่นเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันที่เชื่อมระหว่างนักมวยขนาดกลางกับเฮฟวีเวต นักชกมีทั้งความแข็งแกร่งและความคล่องตัว


17. Heavyweight

มากกว่า 200 ปอนด์ (90.72 กิโลกรัมขึ้นไป)

เฮฟวีเวตเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของวงการมวยโลก เพราะรวมนักมวยร่างใหญ่ที่มีพลังหมัดมหาศาล การแข่งขันในรุ่นนี้สามารถจบลงได้ด้วยหมัดเดียว และมีนักชกระดับตำนานมากมาย เช่น Muhammad Ali, Mike Tyson, Lennox Lewis และ Evander Holyfield


ตารางรุ่นน้ำหนักทั้งหมด

รุ่นน้ำหนักน้ำหนักสูงสุด
Minimumweight105 ปอนด์ (47.63 กก.)
Light Flyweight108 ปอนด์ (48.99 กก.)
Flyweight112 ปอนด์ (50.80 กก.)
Super Flyweight115 ปอนด์ (52.16 กก.)
Bantamweight118 ปอนด์ (53.52 กก.)
Super Bantamweight122 ปอนด์ (55.34 กก.)
Featherweight126 ปอนด์ (57.15 กก.)
Super Featherweight130 ปอนด์ (58.97 กก.)
Lightweight135 ปอนด์ (61.23 กก.)
Super Lightweight140 ปอนด์ (63.50 กก.)
Welterweight147 ปอนด์ (66.68 กก.)
Super Welterweight154 ปอนด์ (69.85 กก.)
Middleweight160 ปอนด์ (72.57 กก.)
Super Middleweight168 ปอนด์ (76.20 กก.)
Light Heavyweight175 ปอนด์ (79.38 กก.)
Cruiserweight200 ปอนด์ (90.72 กก.)
Heavyweightมากกว่า 200 ปอนด์ (90.72 กก.)

นักมวยสามารถเปลี่ยนรุ่นน้ำหนักได้หรือไม่

ได้ นักมวยหลายคนเลือกเปลี่ยนรุ่นน้ำหนักเมื่อร่างกายเติบโตหรือเพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้าแชมป์โลก ตัวอย่างเช่น การขยับขึ้นรุ่นเพื่อรับมือกับคู่ชกใหม่ หรือการลดน้ำหนักลงมาเพื่อชกในรุ่นที่ได้เปรียบมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนรุ่นต้องอาศัยการวางแผนด้านโภชนาการ การฝึกซ้อม และการดูแลสุขภาพอย่างรอบคอบ เพราะการลดหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วอาจส่งผลต่อสมรรถภาพของนักกีฬา


การชั่งน้ำหนักก่อนการแข่งขัน

ก่อนขึ้นชก นักมวยทุกคนต้องผ่านการชั่งน้ำหนักตามเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปจะจัดขึ้นประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนการแข่งขัน

หากน้ำหนักเกินจากรุ่นที่กำหนด อาจเกิดผลกระทบ เช่น

  • ถูกปรับเงิน
  • หมดสิทธิ์ชิงแชมป์
  • ต้องเจรจาเปลี่ยนเงื่อนไขการแข่งขัน
  • ในบางกรณีอาจถูกยกเลิกไฟต์

รุ่นน้ำหนักใดได้รับความนิยมมากที่สุด

แม้ว่าทุกรุ่นจะมีการแข่งขันชิงแชมป์โลก แต่รุ่นที่ได้รับความสนใจจากแฟนมวยเป็นพิเศษ ได้แก่

  • Lightweight
  • Welterweight
  • Middleweight
  • Heavyweight

เนื่องจากมีนักชกระดับซูเปอร์สตาร์จำนวนมาก และมักเป็นรุ่นที่สร้างไฟต์ประวัติศาสตร์ของวงการมวย

ผู้ที่ต้องการติดตามการจัดอันดับนักมวย โปรแกรมการแข่งขัน และข่าวสารของแต่ละรุ่นน้ำหนัก สามารถอัปเดตข้อมูลผ่านสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของวงการมวยสากล


สรุป

รุ่นน้ำหนักของมวยสากลอาชีพในสหรัฐอเมริกาแบ่งออกเป็น 17 รุ่นหลัก เพื่อสร้างความยุติธรรมและความปลอดภัยในการแข่งขัน ตั้งแต่ Minimumweight ซึ่งเป็นรุ่นที่เล็กที่สุด ไปจนถึง Heavyweight ที่รวมนักมวยร่างใหญ่และทรงพลังที่สุดในโลก

การเข้าใจระบบรุ่นน้ำหนักจะช่วยให้ผู้ชมมือใหม่ติดตามการแข่งขันได้ง่ายขึ้น เข้าใจเหตุผลของการชั่งน้ำหนัก การเปลี่ยนรุ่นของนักมวย และสามารถวิเคราะห์การแข่งขันได้อย่างสนุกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไฟต์ระดับประเทศหรือศึกชิงแชมป์โลกบนสังเวียนของสหรัฐอเมริกา